เดินทางท่องเที่ยว นั่งรถไฟในโตเกียวอย่างไรให้ดูโปรฯ

ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งในประเทศแถวหน้าของเอเชียที่มีการคมนาคมขนส่งที่ดีเยี่ยม

โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งสาธารณะ ใครก็คงรู้จักรถไฟเร็วสูงอย่างชินคังเซน ใช่ไหมครับ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ว่าญี่ปุ่นก้าวหน้า และดูแลการเดินทางของประชากรในประเทศได้ดีขนาดไหน

หากเป็นคนญี่ปุ่นอยู่แล้วหรือคนที่เที่ยวประเทศญี่ปุ่นบ่อยๆ ก็คงไม่น่ากังวลใจเท่าใดนัก แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นครั้งแรกหรือมาไม่บ่อยแล้วล่ะก็คงเป็นปัญหาพอตัว ซึ่งมีโอกาสหลงได้สูงมาก วันนี้เราจะมาแนะนำแผนเที่ยวโตเกียวแบบง่ายๆ กันด้วยการนั่นรถไฟ JR Yamanote Line เอาสายนี้สายเดียวก่อน ไม่ต้องเปลี่ยนสายมากแต่ก็เดินทางได้หลากหลายสถานที่ในโตเกียว ไม่ว่าจะเป็น ชิบุยะ ฮาราจูกุ กินซ่า อุเอะโนะ นิปโปริ เป็นต้น เรียกได้ว่าสายเดียวจบเลยก็ว่าได้สำหรับรถไฟสายนี้

รถไฟสายนี้เรียกกันติดปากสั้นๆว่า รถไฟ JR ดำเนินการโดนกลุ่มบริษัท Japan Railways Group

เราสังเกตรถไฟนี้ได้ง่ายๆจากสีที่คาดอยู่ข้างขบวนรถไฟที่เป็นสีเขียว และข้อดีของรถไฟ JR คือถึงแม้นั่งผิดสถานี รถไฟจะวิ่งวนลูปเป็นวงกลม คือนั่งพลาดแล้วจะนั่งวนจนกลับมาที่เดิมยังได้นั่นเอง

สถานีแรกที่อยากแนะนำหากนั่งรถไฟ JR คือ สถานี ฮาราจูกุ Harajuku เป็นถิ่นมังงะและคอสเพลย์ชั้นเยี่ยม การแต่งตัวของวัยรุ่นแถบนี้ไม่มีคำว่าธรรมดา เรียกได้ว่าหลุดโลกกันเลยทีเดียว นอกจากเป็นแหล่งแต่งตัวอันสุดเฟี้ยวฟ้าว คอสเพลย์หรือที่เรียกว่าแต่งเลียนแบบเกม เลียนแบบการ์ตูน ก็ไม่ธรรมดาแต่อย่างใด เป็นแฟชั่นสนุกๆเท่ห์ๆ และยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งละลายเงินชั้นดีอีกด้วย

Shibuya หรือ ชิบุย่า เป็นอีกสถานทีที่รถไฟ JR ผ่านและไม่ควรพลาดมาแวะเยี่ยมเยือน ดินแดนแห่งนี้มีจุดเด่นที่ชอบถ่ายรูปกันคือ ห้าแยกชิบุยะ เป็นจุดน่าสนใจว่าทำ 5 แยกให้เดินทางไม่เป็นปัญหาการจราจรได้อย่างไร และเป็นเมืองที่มีประชากรเยอะมาก และมีร้านค้า ร้านอาหาร แวะช้อป แวะชิมได้เยอะมาก

Ebisu เอะบิซุ เป็นสถานีและสถานที่ที่ไม่วุ่นวายเท่าฮาราจุกุหรือชิบุยะ แต่แฝงไว้ด้วยสไตล์เอกลักษณ์ของตัวเอง มีโรงเบียร์ดังอย่าง Sapporo Beer และ Yebisu Beer เป็นแหล่งรวมงานศิลปะที่มีเสน่ห์ ที่ไม่ควรพลาด