เที่ยวลดโลกกันเถอะ

กว่า 150 ปีที่ผ่านมา มนุษย์นั้นได้คิดค้นพลาสติกขึ้นมา ซึ่งสิ่งผลิตใหม่ได้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ นำสมัยที่เปลี่ยนโลกไปอย่างมากมาย เพราะมันเป็นวัสดุที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องใช้ไม้สอยแทนไม้ แทนโลหะ ได้มากมายสารพัด หนำซ้ำยังสามารถสร้างสีสันรุปทรงให้งดงาม คงทน ได้ตามประโยชน์ใช้สอย พลาสติกจึงเป็นวัสดุสารพัดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกับผู้คนอย่างแยกไม่ออก

แต่เมื่อเราได้ใช้พลาสติกเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาก็คือ ขยะพลาสติกได้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว และขยะเหล่านั้นกำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับมวลมนุษยชาติ รวมทั้งสรรพชีวิตบนพื้นโลกอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ให้ความสำคัญกับปัญหาของขยะพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “ลดโลกเลอะ” ที่มีเป้าหมายจะลดขยะพลาสติกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวลงได้ร้อยละ50 ภายในปี พ.ศ.2563 โดยมุ่งลดขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว(Single-use plastic) เช่น ขวดพลาสติก หลอด กล่องอาหาร ถุงใส่สินค้า

โดยการรณรงค์ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ให้ใช้ภาชนะอื่นๆ แทนพลาสติกใช้ครั้งเดียว เช่นพกถุงผ้าเมื่อไปชอบปิ้ง พกกระติกน้ำส่วนตัว กล่องข้าวปิ่นโต หรือใช้กระทงใบตองแนพลาสติก โดยเริ่มจำภายในองค์กร และร่วมมือกับพันธมิตรมากมายหลากหลายองค์กร ขับเคลื่อนโครงการสู่เป้าหมาย

ในแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยวหลายแห่งได้มีการรณรงค์กันบ้างแล้ว เช่น อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประกาศห้ามนำถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟม เข้าในเขตอุทยานฯตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2563 ประชาคมเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี

เกาะเต่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งท้องทะเลที่สวยงามมาก เกาะเต่าตั้งอยู่ทางใต้ฝั่งอ่าวไทย อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดสุราษฏ์ธานี แต่หากจะเดินทางไปเกาะนั้น สามารถนั่งเรือไปได้ทั้งจากทางจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฏร์ เกาะพงัน และเกาะสมุย แต่ถ้าตั้งใจจะไปเกาะเต่าที่เดียวเลย แนะนำว่าควรไปลงที่จังหวัดชุมพรจะสะดวกมากกว่า เพราะไปจากชุมพรจะใช้เวลาน้อยกว่า แล้วทำไมเกาะเต่าถึงต้องคอยอนุรักษ์ในการลดใช้พลาสติกก็เป็นเพราะว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสวยน้ำใส เหมาะแก่การดำน้ำ ลองถ้าเราไม่ช่วยกันรณรงค์ต่อไปก็คงไม่มีสถานที่ดำน้ำสวยๆแน่นอน

 

สนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

การเดินทางสู่โตเกียว

     ส่วนที่ใช้ได้ไม่จำกัดครั้งคือการเดินทางในเมืองฮาโกเนะจะใช้ได้เหมือนกับ Hakone Freepasa ทั้งหมดแต่พิเศษกว่าตรงที่พาสนี้จะครอบคลุมการเดินทางภายในคะวะงุชิโกะไปด้วย นั้นคือ Fujikyu Bus และรถไฟสาย Fujikyu Line 

**Fuji Hakone Pass ยังใช้เป็นส่วนลดในการซื้อบัตรนั่งรถ retrobus พี่ไม่จำกัดจำนวนรอบในคะวะงุชิโกะ จากราคา 1,000 เยน เหลือ 800 เยนได้อีกด้วย สามารถซื้อได้ที่ Tourist Information Center   นอกจากนี้แล้วบัตร Fuj Hakone Pass ยังใช้เป็นส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  โดยโชว์พาสให้เจ้าหน้าที่ของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะได้รับส่วนลดดังนี้

  1. Mt.Kachi Kachi Ropeway
  2. Kawaguchiko Lake Cruise
  3. Fuji-Q Highland
  4. Lake Yamanaka Sightseeing Ship
  5. Gotemba Premium Outlets
  6. Hakone Kowakien Yunessun
  7. Hakone Open Air Museum
  8. Himeshara Hot Springs

 

3.3 KAWAGUCHIKO R COUPON

เหมาะกับผู้ที่ต้องการที่ยวภายในคะจะงุชิโกะ 

3.4 TOKYU RAILWAY MINATOMIRAI TICKET

เหมาะสำหรับเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองโยะโคะฮะมะ รถไฟรวมค่าเดินทาง  ไป-กลับ สถานี Shibuya-Minatomirai และรถไฟ Tokyu สาย Minatomirai Line แบบไม่จำกัดจำนวนรอบภายใน 1 วัน ราคา 840 เยน

3.5 ENOSHIMA- KAMAKURA FREEPASS

พาสสำหรับเดินทางไปเมืองคะมะกุระ รวมค่ารถไฟบริษัท Odakyน ไป-กลับ  ระหว่างสถานี Shinjuku – Fuisawa และรถไฟ Enoden Line แบบไม่จำกัดรอบ ภายใน 1 วัน ราคา 1,470 เยน

      บัตร Suica และ Pasmo 

Suica และ Pasmo เป็นบัตรเติมเงิน (Prepaid Card) สำหรับจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนมหานครโตเกียว บัตทั้งสองใบสามารถใช้ได้กับทั้งรถไฟของบริษัท JR, Tokyo Metro, Toei Subway รวมถึงรถโดยสารประจำทาง นอกจากจะใช้จ่าย

ค่าโดยสารขนส่งมวลชนแล้ว ยังสามารถนำบัตรใบนี้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้ด้วย เช่น ตู้กดน้ำอัตในมัติ ตู้ฝากกระเป๋า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีป้ายระบุ เอาไว้ เรียกว่าเป็นบัตรเติมงินอเนกประสงค์ก็ว่าได้ เนื่องจากบัตร Suica เป็นของบริษัท JR East จึงพิเศษกว่าบัตร Pasmo ซึ่งเป็น ของบริษัท Tokyo Metro ในด้านขอบเขตการใช้ สามารถใช้ได้กับรถไฟของบริษัท JR เกือบทั่วประเทศ ต่างจากบัตร Pasmo ที่ใช้ได้ฉพาะในโตเกียวเท่านั้น ต้องแยกแยะให้ถูกต้องด้วย มีหลายอย่างแล้ว ท่านผู้อ่านอาจจะสับสนได้  แต่ถ้าได้ลองใช้ และทำความเข้าใจแล้ว ไม่ยากเลย

 

สนับสนุนโดย  Sexy Gaming

5 ร้านอาหารเจ้าดังย่านอารีย์

ในปัจจุบันย่านอารีย์นั้นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย และยังมีการเดินทางที่สะดวกเป็นอย่างมาก เพราะมีรถไฟฟ้า และรถโดยสารอื่น ๆอีกมากมายที่มาถึงเส้นทางนี้ และที่สำคัญในย่านอารีย์แห่งนี้นั้นยังมีร้านอาหารเด็ด ๆซ่อนอยู่มากมาย บทความนี้จึงคัดเลือกมาเฉพาะร้านอาหารเด็ด ๆ 5 ร้านในย่านอารีย์ให้ได้ลองตามไปลิ้มรสชาติกัน หากหมดวิกฤตการณ์ Covid-19 เมื่อไหร่ก็อย่ารอช้าที่จะรีบไปลิ้มลองรสชาติกันเลย

  1. Sousaku เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นในย่านอารีย์ ด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีความสดใหม่ทุกวัน จึงทำให้รสชาติของอาหารนั้นมีความยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านอารีย์ที่มีการให้คะแนนในเรื่องของรสชาติอาหาร และบรรยากาศภายในร้านเป็นอันดับที่ 1 เลยทีเดียว จะเด็ดแค่ไหนต้องตามไปลิ้มลองกันแล้ว
  2. ก๋วยเตี๋ยว 1000 เส้น สมกับชื่อร้านเพราะภายในร้านนั้นมีเมนูอาหารประเภทเส้นมากมายให้เลือกกันวันเดียวก็ไม่หมด ใครที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเส้นเป็นชีวิตจิตใจ พลาดไม่ได้เลยกับร้านก๋วยเตี๋ยว 1000 เส้น ที่ซอยอารีย์ 1 แห่งนี้ นอกจากนี้การเดินทางมาที่ร้านก็ยังมีความสะดวกเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่ลง BTS สถานีอารีย์ แล้วเดินมาอีกเพียงแค่ไม่ถึงอึดใจเดียวเท่านั้นก็จะพบกับร้านก๋วยเตี๋ยว 1000 เส้น แห่งนี้แล้ว
  3. บ้านแม่ยุ้ย ร้านอาหารแห่งนี้เป็นอาหารสไตล์ไทย ๆ โดยผู้ที่มารับประทานที่ร้านแห่งนี้จะได้บรรยากาศที่เหมือนกับการได้กลับไปรับประทานข้าวที่บ้านอีกครั้ง เพราะเป็นรสชาติแบบไทย ๆดั้งเดิม ที่คงความเข้มข้นของรสชาติอาหารไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้บรรยากาศที่ร้านยังมีการออกแบบตกแต่งด้วยโทนสีขาวทั้งหมด ทำให้รู้สึกสบายตาทันทีที่มองเข้าไปภายในร้าน นอกจากนี้หากใครที่มีเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติก็ไม่ควรพลาดที่จะแนะนำให้มาลองรับประทานอาหารไทยที่ร้านบ้านแม่ยุ้ยแห่งนี้ รับรองว่าจะติดใจในรสชาติของอาหารไทยสูตรดั้งเดิมอย่างแน่นอน
  4. Lay Lao ร้านอาหารท้องถิ่นอีสาน จุดเด่นของร้านแห่งนี้คือ มีการออกแบบตกแต่งบริเวณร้านด้วยสังกะสีทั้งหมด ทำให้ดูมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และยังมีมุมถ่ายรูปเท่ ๆอีกมากมายภายในร้าน นอกจากนี้จาน และชามที่ใช้ภายในร้านทั้งหมดก็เป็นจานในสมัยอดีตทำให้ดูมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก และที่เด็ดที่สุดเลยก็คือ รสชาติของอาหารท้องถิ่นอีสาน ที่มีความเข้มข้นลงตัวแบบสุด ๆ
  5. Flat Marble ร้านอาหารสไตล์ Italian ใครที่เป็นสายในการรับประทานเนื้อวัว พลาดไม่ได้เลยกับร้านนี้ เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ Steak นั้นเป็นเนื้อวัวอย่างดีที่มีการหมักด้วยสูตรเฉพาะที่ลงตัว และด้วยการประกอบอาหารของ Chef ผู้เชี่ยวชาญอาหารที่ออกมาจึงมีความลงตัวแบบสุด ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่น ๆอีกมากมายที่มีรสชาติที่เด็ดไม่แพ้กันเลยทีเดียว